แจกสูตรน้ำดอกอัญชัน แก้โรคภูมิแพ้ หายภายใน 6 เดือน ทำทานได้เองง่ายๆ
Advertisements
Advertisements
แจกสูตรน้ำดอกอัญชัน แก้โรคภูมิแพ้ หายภายใน 6 เดือน ทำทานได้เองง่ายๆ
สำหรับสูตรนี้ มีคนทดลองแล้วได้ผลดีมาก “โรคภูมิแพ้” ภาษาอังกฤษเรียกว่า Allergy เป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุุ้มกันของร่างกาย แม้หลาย ๆ คนคิดว่าโรคนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรมองข้ามโรคภูมิแพ้เด็ดขาด เพราะความรุนแรงมีตั้งแต่เบาบางไปจนถึงขั้นร้ายแรงและทำให้เสียชีวิตได้ มาทำความรู้จักกับโรคภูมิแพ้ให้มากขึ้นว่า โรคภูมิแพ้ มีสาเหตุมาจากอะไร อาการและวิธีรักษามีอย่างไรบ้าง รวมทั้งวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ต้องทำอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที
วันนี้ เราจะขอนำเสนอสูตรน้ำดอกอัญชัน ที่สามารถช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ได้ อีกทั้งยังมีขั้นตอนและวิธีการทำที่แสนง่ายดายไปดูกันเลย
อาการของโรคภูมิแพ้
1. มีอากรคัดจมูก คันจมูก จามบ่อย เสมหะ (เป็นมากในตอนเช้า)
2. ไอมาก ตอนกลางคืน
3. เป็นหวัดบ่อย เป็นหวัดเรื้อรัง
4. ไอหลังจากออกกำลังกาย
ส่วนผสม
1. ดอกอัญชัน (ใส่มากเท่าไหร่ก็ได้ ตามความเข้มข้นที่เราต้องการ)
2. ใบเตย (เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ไม่เหม็นเขียว)
3. น้ำประมาณ 3 ลิตร
มาดูวิธีทำกัน
1. นำน้ำเปล่าใส่หม้อพร้อมกับใบเตย จุดไฟและต้มจนเดือด
2. ใส่ดอกอัญชัน ลงไปในน้ำเดือด
3. คนให้เข้ากัน จนน้ำในหมอเริ่มออกสีของดอกอัญชัน
4. ปิดไฟ ปิดฝาหม้อและตั้งทิ้งไว้ 1 ช.ม. ให้น้ำดอกอัญชันเย็นตัวกรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ดื่ม
เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำดอกอัญชันหอมหวานรสชาติสดชื่นพร้อมรับประทานได้ทุกช่วงเวลา ซึ่งคุณอุ่น เจ้าของสูตรและวิธีการทำได้รับประกันเลยว่า อาการภูมิแพ้ดีขึ้นแน่นอนภายใน 6 เดือน หากดื่มทุกวัน
– ลดอาการของโรคภูมิแพ้
– แก้ความดันสูง
– แก้เบาหวาน
แนะนำให้ดื่ม 1 แก้วในตอนเช้า ระหว่างวันดื่มให้หมด 1 กระบอก ดื่มก่อนนอนอีก 1 แก้ว
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : น้ำดอกอัญชัน แก้โรคภูมิแพ้ By Paramita และ meesara
Advertisements
Advertisements
บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน
Advertisements


0 ความคิดเห็น