ได้ทุกคนไม่ตกหล่น สิงคโปร์มองเงินคนละ 600 ดอลลาร์ ให้คนที่อายุ 21 ขึ้นไป ช่วยเหลือวิกฤติโควิด
Advertisements
Advertisements
รัฐบาลสิงคโปร์มอบเงินช่วยเหลือให้ชาวสิงคโปร์ทุกคนที่อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป คนละ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,500 บาท) เพื่อช่วยเหลือในวิกฤติโควิด-19 โดยเงินจะโอนเข้าบัญชีทุกคนโดยตรงวันที่ 14 เม.ย. นี้
วันนี้ (13 เม.ย.) สำนักข่าว Channel News Asia ของสิงคโปร์รายงานว่า ชาวสิงคโปร์กว่า 90% จะได้รับเงินโอนช่วยเหลือจากรัฐบาลคนละ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ในวันพรุ่งนี้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง
สำหรับชาวสิงคโปร์อีก 10% ที่เหลือ จะยังไม่ได้รับเงินก้อนนี้ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากยังไม่ได้กรอกข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคารให้รัฐบาล โดยรัฐบาลสิงคโปร์ขอให้คนที่ยังตกหล่นรีบกรอกข้อมูลบัญชีธนาคารภายในวันที่ 23 เม.ย. นี้ และจะได้รับเงินในวันที่ 28 เม.ย.
เงินจำนวน 600 ดอลลาร์สิงคโปร์นี้ รัฐบาลสิงคโปร์จะจ่ายให้กับชาวสิงคโปร์ทุกคนที่อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป โดยเป็นเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้ทุกคนในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
อย่างไรก็ตาม เงิน 600 ดอลลาร์สิงคโปร์นี้ไม่ใช่ก้อนเดียวที่ชาวสิงคโปร์จะได้ เพราะยังมีเงินช่วยเหลือส่วนอื่นๆ อีก เช่นเงินช่วยเหลือที่ให้ตามระดับรายได้ โดยชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้ในปีที่แล้วไม่เกิน 28,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 650,000 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลืออีก 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมิถุนายน ส่วนคนที่รายได้ปีที่แล้วอยู่ระหว่าง 28,000-100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (650,000 – 2,300,000 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลืออีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมิถุนายน เป็นต้น
ทั้งนี้ ข้อดีของการมอบเงินช่วยเหลือถ้วนหน้าเช่นนี้ ก็คือทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างไม่ตกหล่น แต่ก็อาจมีข้อโต้แย้งได้เช่นกันว่า การให้เงินถ้วนหน้าแบบนี้ทำให้ต้องใช้งบประมาณมาก เนื่องจากประชาชนบางส่วนที่มีฐานะดีอยู่แล้วจะได้รับเงินก้อนนี้ไปด้วย
ที่มา https://www.channelnewsasia.com/news/singapore/coronavirus-covid-19-solidarity-budget-600-cash-payout-12635268
CR : Workpoint News
Advertisements
Advertisements
บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน
Advertisements


0 ความคิดเห็น